Background Image

ข่าวสารและกิจกรรม


22 พ.ค. 2561 - 11:27

งานเสวนา "รู้ลึก รู้จริง พลังงานหมุนเวียน เดินหน้าอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์" ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เรียกร้องให้รัฐบาลเป็นผู้นำคณะเอกชนไทยออกไปเจรจาแบบรัฐต่อรัฐเพื่อเปิดทางการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเวียดนาม เมียนมา ลาว อินโดนีเซีย หลังจากที่โอกาสการขยายธุรกิจในประเทศมีน้อยลงจากนโยบายชะลอการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของรัฐ

โดย นายสุเมธ สุทธิภักติ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วินด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยภายหลังจากการเป็นวิทยากรในงานเสวนา “รู้ลึก รู้จริง พลังงานหมุนเวียน เดินหน้าอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์ “ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมาว่า แผนพัฒนาพลังงานทดแทนหรือ AEDP ที่รัฐให้การส่งเสริมในช่วงที่ผ่านมานั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมีการลงทุนผลิตไฟฟ้าไปแล้วประมาณ 64% ของเป้าหมายตามแผน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและขีดความสามารถของเอกชนไทย อย่างไรก็ตามแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจภายในประเทศ มีโอกาสที่ลดลง จากการที่ภาครัฐออกมาประกาศที่จะชะลอการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนลง ทำให้ผู้ประกอบการมองหาโอกาสที่จะไปเติบโตในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น จึงต้องการให้ภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วยในการเป็นผู้นำคณะในการเจรจา ที่จะทำให้เอกชนเดินหน้าโครงการได้เร็วขึ้น

“ การจะช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้อยู่รอดได้ รัฐไม่ควรมองการส่งเสริมแค่เพียงตลาดในประเทศ โดยปัจจุบัน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ก็มีสำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่ค่อนข้างจะมีบทบาทที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ซึ่งหากมองว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนยังคงมีศักยภาพ ที่จะทำธุรกิจต่อไปได้ในระยะยาว ภาครัฐควรจะมองการส่งเสริมที่ไม่ใช่มิติเรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรจะมีมิติการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนออกไปลงทุนด้านพลังงานทดแทนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาจจะเป็นการลงทุนเพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่ไปลงทุน หรือ จะลงทุนเพื่อขายไฟฟ้ากลับมายังประเทศไทยก็ได้ เพราะอาเซียนเองก็มีความร่วมมือกันในเรื่องของระบบสายส่งอาเซียน หรืออาเซียนกริดที่สอดคล้องกันอยู่แล้ว “ นายสุเมธ กล่าว

นายสุเมธ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีผลการศึกษาเรื่องพลังงานทดแทนของประเทศเพื่อนบ้านอยู่พอสมควร ทั้งเวียดนามที่มีศักยภาพเรื่องของลม เมียนมา ที่มีศักยภาพเรื่องของพลังงานแสงอาทิตย์ ลาวก็มีเรื่องของพลังน้ำ และชีวมวล อินโดนีเซีย แม้แต่ประเทศที่เกิดใหม่อยากปาปัวนิวกินี ก็ยังมีการศึกษาเอาไว้โดยกรณีของเวียดนามที่มีศักยภาพการลงทุนเรื่องพลังงานลม นั้นอยากเปรียบเทียบให้เห็นว่า ระหว่างที่รัฐปล่อยให้เอกชนเดินหน้าไปเจรจาลงทุนเพียงลำพังด้วยทรัพยากรของบริษัทเขาเอง กับการที่รัฐบาลหรือภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเป็นผู้นำคณะในการเจรจา แบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เพื่อให้เกิดความร่วมมือเรื่องโซนนิ่งในการลงทุน แล้วมาส่งเสริมให้เอกชนไทย ออกไปลงทุนตามนโยบายที่รัฐไปเจรจาเอาไว้ นั้น กรณีที่รัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเป็นผู้นำ จะช่วยให้เอกชนตัดสินใจลงทุนก็จะง่ายขึ้น และเร็วขึ้น และจะทางออกหนึ่งที่จะช่วยเยียวยาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของภาครัฐ ได้





Top